ก่อนอื่นเรามารู้ตัวการของการที่ต้องครีมกันแดดก่อนคือ UV
รังสี UV หรือ Ultra Violet เป็นรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง เนื่องจากสามารถทำลายเซลล์ผิวหนังและเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอย และมะเร็งผิวหนัง รังสี UV แบ่งออกเป็นสองชนิด คือ
- UV-A: รังสี UV-A มีความยาวคลื่นยาวกว่า 320 นาโนเมตร และเข้าสู่ผิวหนังลึก สามารถทำลายเซลล์ผิวหนังได้และเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอย และมะเร็งผิวหนัง
- UV-B: รังสี UV-B มีความยาวคลื่นสั้นกว่า 320 นาโนเมตร และเข้าสู่ผิวหนังเป็นจำนวนน้อยกว่า UV-A แต่เป็นสาเหตุของการเผาผลาญและผิวหนังแดง สามารถทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้
การเผยแพร่รังสี UV มีผลต่อผิวหนังมากขึ้นในช่วงฤดูร้อนและที่ตั้งต่ำ ดังนั้น การป้องกันและการใช้ครีมกันแดดมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการใช้ครีมกันแดดที่มีสารกระจายแสงและป้องกันรังสี UV สามารถช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและมะเร็งผิวหนังได้
กาารใช้ครีมกันแดดที่มีสารกระจายแสงและป้องกันรังสี UV สามารถช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและมะเร็งผิวหนังได้โดยมีข้อมูลวิจัยประกอบ เช่น วิจัยโดยปีที่ 2016 ได้รายงานว่าการใช้ครีมกันแดดชนิด SPF 30 หรือมากกว่าเป็นประโยชน์ในการป้องกันการเผาผลาญจาก UVB และการลดการเกิดริ้วรอย ในขณะเดียวกัน เมื่อใช้เป็นประจำครั้งละ 1 ถึง 2 ครั้งต่อวันในระยะยาวสามารถช่วยลดความเสียหายจากการรังสี UV ได้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการวิจัยเพิ่มเติมที่เน้นผลของครีมกันแดดในการป้องกันมะเร็งผิวหนัง และพบว่าการใช้ครีมกันแดดชนิด SPF 30 หรือสูงกว่าในการป้องกันการเผาผลาญและเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันมะเร็งผิวหนังในระยะยาว
ดังนั้น การใช้ครีมกันแดดเป็นวิธีง่ายๆ และมีประโยชน์สูงสุดในการป้องกันความเสียหายจากรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงพอเหมาะกับรูปพรรณและกิจกรรมต่างๆ ที่ทำในแต่ละวัน และใช้ให้ถูกต้องตามคำแนะนำการใช้ของผู้ผลิต เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการป้องกันผิวหนังได้
ตลาดครีมกันแดดในไทย
ตลาดครีมกันแดดในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ซึ่งสาเหตุสำคัญคือการเพิ่มความตระหนักของผู้คนเกี่ยวกับสุขภาพผิวหนังและผลกระทบของแสงแดดต่อผิวหนัง รวมถึงเป็นผลจากความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นในตลาด
ตามรายงานการวิจัยของ Euromonitor International ปี 2020 กล่าวว่ามูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดในประเทศไทยประมาณ 2,020 ล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้สูงและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว
โอกาสทางการตลาดในตลาดครีมกันแดดในประเทศไทยเชื่อว่ายังมีโอกาสในการเติบโตได้อย่างมากมาย เนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่มีคุณภาพและมีส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหนังมากขึ้น รวมถึงการเติบโตของตลาดออนไลน์ที่เป็นแนวโน้มสำคัญในการขายผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดในปัจจุบัน
ส่วนแบ่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและมีผู้บริโภคไว้วางใจ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการปกป้องผิวหนังจากฝุ่นละออง และผลิตภัณฑ์ที่เน้นการบำรุงผิวหนังเพื่อให้ผิวหนังดูกระจ่างใส และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดแบบใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ครีมกันแดดแบบพวกซิลิโคนซึ่งช่วยปกป้องผิวหนังได้ดีกว่าครีมกันแดดแบบเดิม หรือครีมกันแดดแบบใหม่ที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลสร้าง เพื่อช่วยบำรุงและปกป้องผิวหนังได้ดีขึ้น
ดังนั้น ผู้บริโภคควรเลือกซื้อครีมกันแดดที่มีคุณภาพและมีส่วนประกอบที่เหมาะสมกับประเภทของผิวหนัง และควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์มีการรับรองจากองค์กรที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยของผิวหนัง และอาจแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารที่ป้องกันแสงแดดเช่นน้ำมันออร์แกนิคหรือกากหอยทาก ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับผิวหนังของคนไทย
อย่างไรก็ตาม ตลาดครีมกันแดดในประเทศไทยยังมีความสำคัญต่อผู้บริโภคอย่างมาก และเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีผู้ผลิตและจำหน่ายหลายแบรนด์ที่เข้ามาแข่งขันกันบนตลาด ส่งผลให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดจำนวนมากตามความต้องการของผิวหนังและสไตล์การใช้งานของแต่ละบุคคล
นอกจากนี้ ตลาดครีมกันแดดในประเทศไทยยังมีโอกาสทางการตลาดอย่างมาก เนื่องจากคนไทยมีการสำรวจและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดมากขึ้น และมีความตั้งใจในการดูแลผิวหนังของตนเอง เพื่อให้มีผิวหนังสุขภาพและสวยงาม ดังนั้น โอกาสทางการตลาดสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายครีมกันแดดในประเทศไทยยังคงมีความมั่นคงและเป็นการลงทุนที่น่าสนใจในอนาคต
ในเรื่องของส่วนแบ่งทางการตลาด การวิจัยตลาดล่าสุดระบุว่ามีแบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดคือ Banana Boat, Biore, Neutrogena และ L’Oreal โดยมีตลาดเป้าหมายที่หลากหลาย
สรุปยังน่าทำอยู่มั้ย
หากต้องการทำแบรนด์สินค้าครีมกันแดดใหม่ในประเทศไทย จุดเด่นที่สำคัญที่สุดที่ต้องมีคือความเข้าใจตลาดและความต้องการของผู้บริโภค โดยต้องสนับสนุนการตลาดโดยมีกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อเติบโตในตลาดที่แข็งแกร่งและมีการแข่งขันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังต้องมีจุดเด่นในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน โดยการเน้นคุณภาพของส่วนผสมและการผลิตที่มีมาตรฐานสูง รวมถึงการให้ความสำคัญกับการปรับปรุงสูตรและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังต้องมีการสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีการติดต่อสื่อสารแบบมีประสิทธิภาพกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อเพิ่มความน่าสนใจในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ใหม่ในตลาดครีมกันแดดในประเทศไทย